No products in the cart.

วงจรแมกเนติก คอนแทคเตอร์ (Magnetic Contactor) แบบไหน? เหมาะกับงานอะไร? ไปดูกัน!

ในหัวข้อนี้ เราจะพูดถึงรูปแบบวงจรของ Magnetic Contactor ซึ่งข้อมูลส่วนนี้มีความจำเป็นต่อการเลือกใช้กลุ่มสินค้าของแมกเนติกคอนแทคเตอร์ เพื่อให้เกิดความเหมาะสมกับลักษณะงาน โดยการแบ่งรูปแบบการทำงานด้วยวงจรควบคุมมอเตอร์ (Start motor) ของแมกเนติกคอนแทคเตอร์เป็นอีกส่วนหนึ่งที่จะช่วยให้ท่านมีความเข้าใจถึงความหมายว่า แมกเนติกคอนแทคเตอร์คืออะไร ได้อย่างเข้าใจและนำไปสู่ประสิทธิภาพการทำงานที่ดียิ่งขึ้น

วงจรควบคุมมอเตอร์ (Start motor) ของแมกเนติก คอนแทคเตอร์

การใช้งานแมกเนติกคอนแทคเตอร์ให้เหมาะสมได้นั้น เราจำเป็นต้องมีความเข้าใจในเรื่องของวงจรควบคุมกันก่อน โดยในเนื้อหาต่อไปนี้จะใช้ วงจรควบคุมมอเตอร์ (Start motor) เป็นเกณฑ์ในการแบ่งรูปแบบการทำงาน โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

การสตาร์ทมอเตอร์โดยตรง (Direct on line starter: DOL)

การเริ่มเดินมอเตอร์โดยตรง เป็นการจ่ายแรงดันไฟฟ้าตามพิกัดที่ระบุบน Name Plate มอเตอร์ เรียกย่อว่าการสตาร์ทแบบ DOL โดยไม่มีการลดกระแสหรือแรงดันขณะสตาร์ท ซึ่งมอเตอร์จะมีกระแสขณะสตาร์ทประมาณ 6 ถึง 7 เท่าของกระแสพิกัด จึงเหมาะกับมอเตอร์ขนาดเล็กเช่นมอเตอร์มีขนาดไม่เกิน 7.5 กิโลวัตต์หรือ 10 แรงม้า แต่อาจมีการสตาร์ทแบบ DOL ได้เช่นกันในมอเตอร์ที่มีขนาดใหญ่กว่านี้ สำหรับงานที่ต้องการแรงบิดสูงๆ

DOL-motor-starter
รูปแสดงวงจรการสตาร์ทมอเตอร์โดยตรง (Direct on line starter: DOL)
  • ลักษณะการทำงาน: มอเตอร์จะเริ่มต้นทำงานโดยการต่อเข้ากับแหล่งจ่ายไฟฟ้าโดยตรง
  • ข้อดี: ติดตั้งและใช้งานง่าย มีค่าใช้จ่ายต่ำ
  • ข้อเสีย: กระแสเริ่มต้น (Inrush Current) สูง ซึ่งอาจทำให้เกิดความเสียหายต่อมอเตอร์และระบบไฟฟ้า
  • การใช้งานที่เหมาะสม: มอเตอร์ขนาดเล็กที่ไม่ต้องการกระแสเริ่มต้นสูง

การสตาร์ทมอเตอร์ด้วยการลดแรงดันไฟฟ้า (Reduced Voltage Starter)/ Star Delta

เนื่องจากการเริ่มเดินมอเตอร์แบบ DOL จะมีกระแสสตาร์ทสูงประมาณ 7 ถึง 10 เท่า ทำให้การเลือกอุปกรณ์ไม่ว่าจะเป็นขนาดของเซอร์กิตเบรกเกอร์, คอนแทคเตอร์, สายไฟ จะต้องมีการเผื่อการรองรับกระแสให้เพียงพอ เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น

การเดินมอเตอร์ด้วยการลดแรงดันไฟฟ้า (Reduced Voltage Starter) ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน มีหลายแบบด้วยกัน แต่วิธีที่นิยมที่สุด คือ การเริ่มเดินแบบสตาร์-เดลต้า (Star-delta starter)

ซึ่งการสตาร์ทแบบสตาร์-เดลตา นี้ เป็นวิธีการที่นิยมใช้กันมาก เนื่องจากออกแบบง่ายและเหมาะสำหรับการสตาร์ทมอเตอร์สามเฟสแบบเหนี่ยวนำใช้สำหรับมอเตอร์ที่มีการต่อขดลวดภายในที่มีปลายสาย ต่อออกมาข้างนอก 6 ปลาย และมอเตอร์จะต้องมีพิกัดแรงดันสำหรับการต่อแบบเดลตาที่สามารถต่อเข้ากับแรงดันสายจ่ายได้อย่างปลอดภัย

ปกติพิกัดที่ตัวมอเตอร์สำหรับระบบแรงดัน 3 เฟส 380 V จะระบุเป็น 380/660 V ในขณะสตาร์ทมอเตอร์จะทำการต่อแบบสตาร์ (Star หรือ Y)  ซึ่งสามารถลดแรงดันขณะสตาร์ทได้ และ เมื่อมอเตอร์หมุนไปได้สักระยะหนึ่งประมาณความเร็ว 75% ของความเร็วพิกัดมอเตอร์จะทำการต่อแบบเดลตา ( Delta หรือ D)

วงจรควบคุมมอเตอร์แบบ Star-Delta
วงจรควบคุมมอเตอร์แบบ Star-Delta
  • ลักษณะการทำงาน: มอเตอร์จะเริ่มต้นทำงานในโหมด Star เพื่อลดกระแสเริ่มต้น จากนั้นจะเปลี่ยนไปโหมด Delta เพื่อการทำงานปกติ
  • ข้อดี: ลดกระแสเริ่มต้นได้ดี ป้องกันการเสียหายของมอเตอร์
  • ข้อเสีย: ซับซ้อนกว่า DOL และต้องการคอนแทคเตอร์เพิ่มขึ้น
  • การใช้งานที่เหมาะสม: มอเตอร์ขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ที่ต้องการการลดกระแสเริ่มต้น

จากเนื้อหาทั้งหมดที่กล่าวมานั้น จะเห็นได้ว่าหากเราใช้ วงจรควบคุมมอเตอร์ (Start motor) เป็นเกณฑ์ในการแบ่งรูปแบบนั้น จะสามารถแบ่งได้ทั้งหมดเป็น 2 แบบ ได้แก่ การสตาร์ทมอเตอร์โดยตรง (Direct on line starter: DOL) และ การสตาร์ทมอเตอร์ด้วยการลดแรงดันไฟฟ้า (Reduced Voltage Starter)/ Star Delta  โดยรายละเอียดของแต่ละแบบนั้น ก็จะมีรายละเอียดที่แตกต่างกันออกไป

ฉะนั้นก่อนการตัดสินใจเลือกใช้ กลุ่มสินค้าของแมกเนติกคอนแทคเตอร์ นั้น จำเป็นต้องมีการคำนึงถึงข้อมูลในส่วนนี้ เพื่อสามารถเลือกใช้ แมกเนติกคอนแทคเตอร์ ได้ถูกประเภทและเกิดความเหมาะกับลักษณะงานต่อไป

และนี้คือเนื้อหาทั้งหมดที่ทาง IO Tech ได้นำมาเสนอ โดยข้อมูลนี้เป็นความรู้พื้นฐานที่จะช่วยเสริมความเข้าใจให้รู้ว่า แมกเนติกคอนแทคเตอร์ คืออะไร? และถ้าหากท่านผู้อ่านมีข้อสงสัย หรือ ต้องการเพิ่มเติมในส่วนใด ทางเรายินดีให้บริการผ่านทุกช่องทางการติดต่อของเราครับ

วงจรแสงสว่าง

การใช้แมกเนติกคอนแทคเตอร์ (Magnetic Contactor) ในวงจรแสงสว่างนั้นเป็นสิ่งที่พบได้ในระบบแสงสว่างขนาดใหญ่หรือระบบที่มีความซับซ้อน โดยแมกเนติกคอนแทคเตอร์จะทำหน้าที่เป็นสวิตช์ไฟฟ้ากำลังสูงที่ควบคุมการเปิด-ปิดวงจรแสงสว่าง

ข้อดีของการใช้แมกเนติกคอนแทคเตอร์คือ:

  1. สามารถควบคุมโหลดไฟฟ้ากำลังสูงได้เนื่องจากแคมแขนงอทำจากโลหะหนักแน่น
  2. ระยะห่างของแคมแขนงอกว้างขณะตัดวงจร ช่วยป้องกันการเกิดประกายไฟ
  3. สามารถควบคุมการทำงานจากระยะไกลผ่านวงจรควบคุมแรงดันต่ำ

ในระบบแสงสว่างขนาดใหญ่ การใช้แมกเนติกคอนแทคเตอร์จึงเป็นทางเลือกที่ช่วยให้สามารถควบคุมการปิด-เปิดวงจรได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย

การประยุกต์ใช้งานเซอร์กิตเบรกเกอร์ (Circuit Breaker) ในงานอุตสาหกรรม

วิธีการประยุกต์ใช้งานเซอร์กิตเบรกเกอร์ในงานอุตสาหกรรมในด้านต่างๆ เช่น ตู้คอนโทรล ควบคุมโหลด AC และ DC การควบคุมมอเตอร์ รวมถึงการป้องกันไฟรั่ว ไฟดูด

Read More »

วิธีการติดตั้งเซอร์กิตเบรกเกอร์ (Circuit Breaker) อย่างถูกต้องและปลอดภัย พร้อมแนะนำอุปกรณ์เสริม

การติดตั้งอุปกรณ์ถือเป็นขั้นตอนที่สำคัญมากในการใช้งาน หากไม่อยากให้เกิดปัญหาเบรกเกอร์ไม่ตัดวงจรหรือตัดวงจรบ่อยเกินไป คุณก็ควรศึกษาอย่างดีๆ ก่อน

Read More »

วิธีการเลือกเซอร์กิตเบรกเกอร์ (Circuit Breaker) ที่เหมาะสม: เคล็ดลับและแนวทางการเลือกใช้

การที่จะเลือกเซอร์กิต เบรกเกอร์สักตัวไปใช้งานนั้น ถ้าอย่างให้ถูกต้องและเหมาะสมกับงานที่ใช้ จะต้องคำนึงถึง 2 ประเด็นสำคัญ คือ จำนวน Pole และค่าพิกัดกระแส

Read More »

กลไกและหลักการทำงานของเซอร์กิตเบรกเกอร์ (Circuit Breaker) ที่คุณควรรู้

การทำงานของเบรกเกอร์ทั้งแบบ Thermal Trip, Magnetic Trip และ Thermal-Magnetic Trip แตกต่างกันอย่างไร และส่งผลต่อเบรกเกอร์มากน้อยเพียงใด

Read More »

เซอร์กิตเบรกเกอร์ (Circuit Breaker) มีกี่ประเภท? เลือกใช้แบบไหนให้เหมาะกับงาน

ทำความรู้จักกับประเภทของเซอร์กิตเบรกเกอร์ต่างๆ ตั้งแต่ MCB, MCCB, ACB ไปจนถึง ELCB/RCD พร้อมวิธีเลือกใช้ให้เหมาะกับการใช้งาน เพื่อความปลอดภัยของระบบไฟฟ้าของคุณ

Read More »