No products in the cart.

เลือกแมกเนติกคอนแทคเตอร์ Magnetic Contactor อย่างถูกต้องสำหรับมอเตอร์ 3 เฟส

ในการเลือกแมกเนติกคอนแทคเตอร์ (Magnetic Contactor) คุณควรเลือกให้เหมาะสมกับประเภทของโหลด โดยเฉพาะโหลดที่เป็นมอเตอร์แบบ 3 เฟส ซึ่งเป็นโหลดชนิดอินดักทีฟ (Inductive Load) การเลือกคอนแทคเตอร์ที่เหมาะสมเป็นสิ่งสำคัญเนื่องจากมอเตอร์ต้องการกระแสที่สูงในการสตาร์ทและมีปัจจัยอื่นๆ ที่ต้องคำนึงถึง เช่น แหล่งจ่ายไฟในโรงงาน ในบทความนี้เราจะพิจารณาปัจจัยสำคัญในการเลือกแมกเนติกคอนแทคเตอร์ให้เหมาะสมกับมอเตอร์ที่ใช้งาน

หากท่านผู้อ่านต้องการรู้เพิ่มเติมว่า แมกเนติกคอนแทคเตอร์ หรือ ต้องการที่จะเลือกซื้อ กลุ่มสินค้าของแมกเนติกคอนแทคเตอร์  ทาง IO Tech ได้จัดเตีรยมข้อมูลต่างๆทีจะเสริมความเข้าใจ และ รายการสินค้ามากมายไว้ให้ท่านเลือกสรรได้อย่างจุใจในเว็บไซต์ของเรานะครับ

สิ่งที่ต้องคำนึงตอนเลือกแมกเนติก คอนแทคเตอร์

1. ประเภทของโหลด

ซึ่งประเภทของโหลดนั้นจะมีมาตรฐาน IEC รองรับ อาทิเช่น AC-1 และ AC-3 เป็นต้น ซึ่งมอเตอร์ส่วนมากที่เราจะใช้ร่วมกับคอนแทคเตอร์นั้นจะเป็นแบบพวก AC-3 (Squirrel-cage motors) ซึ่งคุณสามารถดูตารางประเภทของโหลดได้ที่นี่

ตารางประเภทการใช้งาน UTILIZATION CATEGORIES
ตารางประเภทการใช้งาน UTILIZATION CATEGORIES

จากตารางจะเห็นได้ว่า ประเภทของโหลดนั้นมีหลากหลายประเภทมาก เนื่องจากกระแสช่วงเริ่มสตาร์ทของแต่ละประเภทนั้นมีค่าต่างกัน ดังนั้นสำหรับการเลือกแมกเนติกไปใช้นั้นเราต้องรู้โหลดที่ต้องใช้งานเสียก่อนเพื่อความปลอดภัยและมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน

2. Inrush Current

กระแสที่ใช้สตาร์ทมอเตอร์นั้นสูงกว่ากระแสที่ใช้สำหรับการรันมอเตอร์มาก เพราะฉะนั้นตัวคอนแทคเตอร์ที่คุณเลือกนั้นควรที่จะสามารถรองรับกระแสที่สตาร์ทมอเตอร์ได้ ไม่ใช่เพียงแต่ใช้รันมอเตอร์  ดังกราฟด้านล่าง

graph-start-motor

จากรูปจะเห็นว่า ค่ากระแสสำหรับโหลด AC-3 จะมีค่าน้อยกว่าโหลด AC-1 เนื่องจากทางผู้ผลิตได้ออกแบบเพื่อสามารถทนกระแสช่วงเริ่มสตาร์ทได้ ดังนั้นถ้าต้องการแมคเนติกเพื่อใช้งานกับมอเตอร์เราต้องดูค่ากระแสที่เขียนกำกับสำหรับโหลด AC-3  เพื่อความคุ้มค่า, ปลอดภัยและมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน

  • การพิจารณา: ควรเลือกคอนแทคเตอร์ที่มีพิกัดกระแสสูงกว่ากระแสใช้งานปกติของมอเตอร์ เพื่อรองรับกระแสสูงที่เกิดขึ้นในช่วงการสตาร์ทมอเตอร์
  • วิธีการคำนวณ: พิจารณากระแสที่มอเตอร์ต้องการขณะเริ่มต้นทำงาน (Starting Current) ซึ่งมักจะสูงกว่ากระแสใช้งานปกติ (Running Current) ประมาณ 6-7 เท่า

3. แรงดันของระบบไฟฟ้าในไซด์งาน

โดยทั่วไปแล้วโรงงานในไทยใช้แรงดันอยู่ที่ 400V แต่พวกโรงงานญี่ปุ่น โรงงานที่เป็นบริษัทจากญี่ปุ่นหลายที่มักจะใช้แรงดัน 110V และอุตสาหกรรมหนักในประเทศไทยมักจะใช้แรงดันที่สูงกว่า 440V ซึ่งอาจจะสูงถึง 690V ได้ กระแสที่ตัวคอนแทคเตอร์ทนได้นั้นขึ้นอยู่แรงดันของระบบไฟฟ้าในไซด์งานด้วย ดังนั้นตรงนี้เราก็ต้องตรวจสอบให้ดีก่อนว่าแมคเนติกที่ใช้นั้นรองรับแรงดันซัพพลายของโรงงานได้หรือไหม จากรูปจะเห็นว่าต่างรุ่นต่างแบนดร์นั้นมีการรองรับแรงดันซัพพลายที่ต่างกัน

การเลือกแมกเนติก คอนแทคเตอร์มีอยู่ 3 ขั้นตอน ดังนี้

ขั้นตอนที่ 1 ดูค่าไฟฟ้าต่างๆ ที่ถูกต้องจาก Nameplate ของมอเตอร์

ค่าไฟฟ้าที่คูณต้องดูให้ถูกต้องจาก Nameplate ของมอเตอร์มีอยู่ 3 ค่า คือ กระแส กำลังไฟ้าหรือแรงม้า และแรงดันที่มอเตอร์ต้องการ  ตัวอย่าง ช่างในโรงงานอุตสาหกรรม ตั้งอยู่ที่ต่างจังหวัด ซึ่งขอใช้ไฟฟ้ากับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค โดยใช้ระดับแรงดันไฟฟ้าที่ 400/230VAC ต้องการต่อ Motor แบบ Delta โดยใช้ Magnetic Contactor ของ Mitsubishi ST Series โดยให้ข้อมลของมอเตอร์ตาม Nameplate Motor ABB ด้านล่าง

ตัวอย่างที่ 2 โรงงานอุตสาหกรรมผลิตเหล็ก ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมหนัก และใช้ไฟฟ้ากับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ซึ่งใช้ระดับแรงดันไฟฟ้าที่ 400/230VAC เหมือนตัวอย่างด้านบน ต้องการ Start Motor แบบ Star ตาม Nameplate Motor ABB ด้านล่าง แต่ต่อผ่านตัว Step Up Transformer เพื่อแปลงแรงดันจาก 400VAC เป็น 690VAC เพื่อลดกระแสใช้งานจากเดิม 55AAC ให้เหลือ 32AAC จะได้ใช้ขนาดสายไฟฟ้าเส้นเล็กลง และเพิ่มประสิทธิภาพจากการลดการสูญเสียในสาย ซึ่งจะใช้ Magnetic Contactor ของ Mitsubishi ST Series เหมือนเดิม

จาก 2 ตัวอย่างนั้นจะเห็นได้ว่า มอเตอร์ตัวเดียวกันแต่การต่อใช้งานต่างกัน ดังนั้นเราต้องเลือกแมคเนติกที่เหมาะกับการใช้งานด้วย เพื่อความปลอดภัยและมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน จาก nameplate ของมอเตอร์นั้นเราได้ค่าต่างๆที่ใช้ประกอบการเลือกแล้ว ต่อไปเราเลือกตัวแมคเนติกกันเลยย

ขั้นตอนที่ 2 หาตารางการเลือกคอนแทคเตอร์ของผู้ผลิตในแบรนด์ที่คุณต้องการจะใช้

ขั้นตอนที่ 3 นำทั้งหมดมารวมกัน

ในตารางการเลือก ผู้ผลิตนี้ควรเช็คให้แน่ใจว่าเป็นตารางที่เข้ากับมอเตอร์แบบ AC-3 ซึ่งครั้งนี้เราจะยกตัวอย่างตารางการเลือกของแบรนด์ Mitsubishi  จากตัวอย่างแรกค่าที่อ่านได้จาก nameplate คือ มอเตอร์ที่ใช้เป็นขนาด 30kW @400VAC, 50Hz ต่อไปมาดูในตารางด้านล่างกันว่าควรเลือกแมกเนติครุ่นไหนดี

จากตารางแนะนำให้เลือกใช้ Magnetic Contactor รุ่น S-T65 เนื่องจากสามารถใช้งานกับมอเตอร์ AC-3 ขนาด 30kW ได้ โดยทนกระแสได้สูงสุด 65A ซึ่งมากกว่ากระแสใช้งานของมอเตอร์ซึ่งอยู่ที่ 55A  แต่ถ้าเป็นตัวอย่างที่ 2 นั้นไม่แนะนำเนื่องด้วยข้อมูลด้านบน ตัว Contactor จะทำงานที่กระแส 65A ที่แรงดัน 400VAC แต่สำหรับงานนี้เป็น Motor ที่ใช้แรงดันไฟฟ้าขนาด 690VAC ซึ่งถ้าดูที่ตัวอุปกรณ์จริง หรือ Contactor และ Data Sheet แล้ว จะพบว่า Contactor รุ่นนี้ไม่ได้แนะนำให้ใช้กับ Motor AC-3 ขนาดแรงดัน 690VAC เนื่องจากแรงดันที่แนะนำให้ใช้สูงสุดอยู่ที่ 500VAC ดังนั้นควรใช้ Magnetic Contactor รุ่นอื่นจะทำให้อายุการใช้งานยากนานกว่า

เห็นกันแล้วนะครับว่าการที่จะเลือกแมกเนติก คอนแทคเตอร์นั้น จำเป็นต้องเลือกให้เหมาะกับโหลด ซึ่งในกรณีที่เราใช้กับโหลดมอเตอร์ AC-3 นั้น เราควรที่จะดูค่าไฟฟ้าที่มอเตอร์ต้องการให้ถูกต้อง มีการดูตารางที่ถูกต้องจากผู้ผลิตแล้วนำมารวมกัน เพื่อที่จะเลือกรุ่นที่เหมาะสม และคำนึงถึงว่าเราใช้กระแสแบบธรรมดาหรือเปล่าด้วย เพราะว่าตารางของผู้ผลิตนั้นมีไว้รองรับกระแส 380V กับ 400V เท่านั้น ถ้าจะให้แน่ใจควรที่จะเช็ค Data Sheet กับ Nameplate ของตัวแมกเนติก คอนแทคเตอร์ให้ดี วันนี้ลาไปก่อนครับ เช่นเคยถ้ามีคำถามอะไรคุณสามารถคอมเม้นท์ไว้ด้านล่าง หรือกรุณากรอกแบบฟอร์ม กรอกอีเมลล์สมัครสมาชิกกับเรา เพื่อจะได้ไม่พลาดบทความต่อๆ ไปของเราครับ

ต้องรู้อะไรบ้าง ในการเลือกใช้คอนแทคเตอร์

วงจรกำลัง

  1. พิกัดแรงดันไฟฟ้า คอนแทคเตอร์จะต้องมีค่าพิกัดในการทนแรงดันไฟฟ้าไม่ต่ำกว่าแรงดันของระบบไฟฟ้าที่ต่อใช้งาน เช่น 400 โวลต์  ซึ่งโดยทั่วไปผู้ผลิตมักจะผลิตให้สามารถทนแรงดันเกินได้ เช่น 440 โวลต์
  2. พิกัดกำลังไฟฟ้า ค่าพิกัดกำลังไฟฟ้าของมอเตอร์มักระบุเป็นกิโลวัตต์(kW) หรือแรงม้า(Hp) แต่โดยทั่วไปผู้ผลิตมักจะระบุเป็นพิกัดการทนกระแสไฟฟ้า(A) ซึ่งพิกัดคอนแทคเตอร์ต้องไม่น้อยกว่ากระแสโหลดเต็มที่ของมอเตอร์
  3. ลักษณะของโหลด ตามมาตรฐาน IEC 60947-4 แบ่งชั้นการใช้งานของคอนแทคเตอร์ เพื่อป้องกันคอนแทคเตอร์ชำรุดเนื่องจากการปลดหรือสับวงจร คอนแทคเตอร์ที่ใช้กับไฟฟ้ากระแสสลับโดยทั่วไปแบ่งเป็น 4 ชนิดตามลักษณะของโหลด ดังนี้
    • AC 1 : เหมาะสำหรับโหลดที่เป็นความต้านทาน หรือในวงจรที่มีโหลดเป็นชนิดอินดัคทีฟไม่มากนัก
    • AC 2 : เหมาะสำหรับใช้ในการสตาร์ทและหยุดโหลดที่เป็นสลิปริงมอเตอร์
    • AC 3 : เหมาะสำหรับใช้ในการสตาร์ทและหยุดโหลดที่เป็น มอเตอร์กรงกระรอก (AC 3 อาจใช้งาน  กับมอเตอร์ที่มีการเดิน-หยุด สลับกันเป็นครั้งคราว แต่การสลับต้องไม่เกิน 5 ครั้งต่อนาที   และไม่เกิน 10 ครั้งใน 10 นาที)
    • AC 4 : เหมาะสำหรับใช้ในการสตาร์ท-หยุดมอเตอร์ แบบ Plugging(การหยุดหรือสลับเฟสอย่าง  รวดเร็ว ในหว่างที่มอเตอร์เดินกำลังเดินอยู่) แบบ Inching หรือ Jogging(การจ่ายไฟให้  มอเตอร์ซ้ำ ๆกัน ในช่วงเวลาสั้น ๆ เพื่อต้องการให้มอเตอร์เคลื่อนตัวเล็กน้อย
    • AC11: คอนแทคช่วยสำหรับวงจรควบคุม
  4. Breaking Capacity ค่ากระแสที่คอนแทคเตอร์สามารถปลดวงจรได้ โดยไม่ชำรุด
  5. Making Capacity ค่ากระแสที่คอนแทคเตอร์สามารถต่อวงจรได้โดยไม่ชำรุด ขณะเริ่มเดินมอเตอร์

นอกจากนี้วิธีการเริ่มเดินมอเตอร์ก็มีผลในการเลือกใช้คอนแทคเตอร์เช่นเดียวกัน

วงจรควบคุม

  1. แรงดันไฟฟ้าและความถี่ของแหล่งจ่ายไฟเข้าคอยล์ ค่าแรงดันไฟฟ้าที่ใช้สำหรับจ่ายคอยล์เพื่อให้คอนแทคเตอร์ทำงาน แบ่งเป็น
    • แรงดันไฟฟ้ากระแสสลับ (AC) 50/60 เฮิร์ต เช่น 24, 48, 110, 230, 400 โวลต์
    • แรงดันไฟฟ้ากระแสสลับ (AC) 60 เฮิร์ต เช่น 24, 48, 120, 230, 460, 575 โวลต์
    • แรงดันไฟฟ้ากระแสตรง (DC) เช่น 12, 24, 48, 60, 110, 125, 220 โวลต์
  2. จำนวนคอนแทคช่วย จำนวนของคอนแทคช่วยปกติเปิด(NO) และคอนแทคช่วยปกติปิด(NC) ขึ้นอยู่กับการออกแบบวงจรควบคุมมอเตอร์

ในบทความนี้เราเซตตัวอย่างเกี่ยวกับการใช้ตัวเลือกในการเลือก Magnetic Contactor ที่มีสเป็คสินค้าตามที่ต้องการในส่วนของบทความ “จะเลือก Magnetic Contactor ได้อย่างไร” เราหวังว่าคุณจะได้รับความรู้เกี่ยวกับการเลือก Magnetic Contactor สำหรับการใช้งานของคุณ ถ้ามีคำถามเพิ่มเติมสามารถสอบถามได้จากกล่องข้อความด้านล่างนี้ ทางผู้เชี่ยวชาญยินดีมาตอบคำถามให้ทุกท่านค่ะ ถ้าคุณต้องการซื้อ Contactor หรืออุปกรณ์เพิ่มเติมเกี่ยว Contactor สามารถเข้าไปเลือกชมสินค้าได้ที่ IO Tech

การประยุกต์ใช้งานเซอร์กิตเบรกเกอร์ (Circuit Breaker) ในงานอุตสาหกรรม

วิธีการประยุกต์ใช้งานเซอร์กิตเบรกเกอร์ในงานอุตสาหกรรมในด้านต่างๆ เช่น ตู้คอนโทรล ควบคุมโหลด AC และ DC การควบคุมมอเตอร์ รวมถึงการป้องกันไฟรั่ว ไฟดูด

Read More »

วิธีการติดตั้งเซอร์กิตเบรกเกอร์ (Circuit Breaker) อย่างถูกต้องและปลอดภัย พร้อมแนะนำอุปกรณ์เสริม

การติดตั้งอุปกรณ์ถือเป็นขั้นตอนที่สำคัญมากในการใช้งาน หากไม่อยากให้เกิดปัญหาเบรกเกอร์ไม่ตัดวงจรหรือตัดวงจรบ่อยเกินไป คุณก็ควรศึกษาอย่างดีๆ ก่อน

Read More »

วิธีการเลือกเซอร์กิตเบรกเกอร์ (Circuit Breaker) ที่เหมาะสม: เคล็ดลับและแนวทางการเลือกใช้

การที่จะเลือกเซอร์กิต เบรกเกอร์สักตัวไปใช้งานนั้น ถ้าอย่างให้ถูกต้องและเหมาะสมกับงานที่ใช้ จะต้องคำนึงถึง 2 ประเด็นสำคัญ คือ จำนวน Pole และค่าพิกัดกระแส

Read More »

กลไกและหลักการทำงานของเซอร์กิตเบรกเกอร์ (Circuit Breaker) ที่คุณควรรู้

การทำงานของเบรกเกอร์ทั้งแบบ Thermal Trip, Magnetic Trip และ Thermal-Magnetic Trip แตกต่างกันอย่างไร และส่งผลต่อเบรกเกอร์มากน้อยเพียงใด

Read More »

เซอร์กิตเบรกเกอร์ (Circuit Breaker) มีกี่ประเภท? เลือกใช้แบบไหนให้เหมาะกับงาน

ทำความรู้จักกับประเภทของเซอร์กิตเบรกเกอร์ต่างๆ ตั้งแต่ MCB, MCCB, ACB ไปจนถึง ELCB/RCD พร้อมวิธีเลือกใช้ให้เหมาะกับการใช้งาน เพื่อความปลอดภัยของระบบไฟฟ้าของคุณ

Read More »