No products in the cart.

การเลือกและติดตั้งโอเวอร์โหลดรีเลย์ (Overload relay) สำหรับมอเตอร์อย่างถูกต้อง

มอเตอร์ไฟฟ้าเป็นส่วนประกอบสำคัญในการทำงานของเครื่องจักรในโรงงานอุตสาหกรรม    หากมอเตอร์เกิดความเสียหายอาจส่งผลกระทบอย่างมากต่อการดำเนินงานของโรงงาน ดังนั้น การเลือกใช้อุปกรณ์ป้องกันมอเตอร์จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อตัดวงจรก่อนที่มอเตอร์จะเสียหาย การติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันที่เหมาะสม เช่น โอเวอร์โหลดรีเลย์ จะช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดความเสียหาย และยืดอายุการใช้งานของมอเตอร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

วงจรควบคุมมอเตอร์ โดยทั่วไปจะติดตั้งเครื่องป้องกันกระแสลัดวงจร ซึ่งอาจจะเป็นฟิวส์(Fuses) หรือเซอร์กิตเบรกเกอร์ (Circuit Breaker) ซึ่งการเริ่มเดินมอเตอร์โดยตรง (Direct On Line Starter) จะมีกระแสเริ่มเดินสูงมาก ดังนั้นการเลือกใช้ฟิวส์หรือเซอร์กิตเบรกเกอร์จึงต้องมีพิกัดกระแสที่สูงขึ้น เพื่อป้องกันการปลดวงจรจากการเริ่มเดินมอเตอร์ และหากมอเตอร์ทำงานเกินขนาด จะทำให้เกิดความร้อนสะสมเพิ่มสูงขึ้น แต่เครื่องป้องกันการลัดวงจรจะไม่สามารถป้องกันครอบคลุมในส่วนนี้ได้ จึงต้องติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันโหลดเกิน (Overload Relay) ช่างและวิศวกรในประเทศไทยส่วนใหญ่เรียกทับศัพท์ว่า โอเวอร์โหลดรีเลย์

DOL-Direct-Online-Starter-Magnetic-Contector-Overload-relay
วงจรการสตาร์มอเตอร์แบบโดยตรง (DOL : Direct Online Starter) ของมอเตอร์ไฟฟ้า

สิ่งที่ต้องรู้ในการเลือกโอเวอร์โหลดรีเลย์ Overload Relay

การใช้งานมอเตอร์

การเลือกโอเวอร์โหลดรีเลย์ที่เหมาะสมสำหรับมอเตอร์ต้องพิจารณาหลายปัจจัย โดยเฉพาะขั้นตอนการใช้งานมอเตอร์และลักษณะของโหลดที่ใช้งาน มาตรฐาน IEC ได้กำหนดการแบ่งชั้น (Class) ของโอเวอร์โหลดรีเลย์ชนิดความร้อนออกเป็นชั้นต่างๆ เพื่อให้เหมาะสมกับวิธีการเริ่มเดินมอเตอร์และลักษณะของโหลด ดังตารางที่ 1

ตารางที่ 1: การแบ่งชั้นของโอเวอร์โหลดรีเลย์ตามมาตรฐาน IEC

การเลือกใช้งานควรเลือกชั้นที่ต่ำที่สุด คือ Class 10 เพื่อป้องกันมอเตอร์เสียหายได้เร็วที่สุด

NOTE : Tips การปรับตั้งค่ากระแสโอเวอร์โหลด ควรปรับตั้งเริ่มต้นตามที่กำหนดในตารางก่อน แต่ในการติดตั้งใช้งานจริง หากโอเวอร์โหลดรีเลย์ปลดวงจรเมื่อเริ่มเดินมอเตอร์ให้เพิ่มร้อยละการปรับตั้งได้ แต่ไม่เกินค่าสูงสุดที่ยอมให้ปรับตั้ง

ช่วงปรับตั้งกระแสโหลดเกินหรือกระแสโอเวอร์โหลด

ช่วงปรับตั้งกระแสโหลดเกินหรือกระแสโอเวอร์โหลด โอเวอร์โหลดรีเลย์ (Overload Relay) ที่ใช้กันอยู่ทั่วไป เป็นชนิดติดตั้งแยกจากตัวมอเตอร์ จะต่ออนุกรมอยู่ในวงจรมอเตอร์หรือผ่านหม้อแปลงกระแสกรณีที่เป็นมอเตอร์ขนาดใหญ่ การปรับตั้งกระแสโอเวอร์โหลดรีเลย์จะปรับตามประเภทมอเตอร์ซึ่งระบุรายละเอียดบนแผ่นป้ายประจำเครื่อง (Name Plate) ดังตารางที่ 2

ตารางการปรับตั้งกระแสโอเวอร์โหลดรีเลย์ กำหนดค่าเป็นร้อยละของกระแสโหลดเต็มพิกัด
ตารางที่ 2: การปรับตั้งกระแสโอเวอร์โหลดรีเลย์ กำหนดค่าเป็นร้อยละของกระแสโหลดเต็มพิกัด

การรีเซ็ตหลังจากปลดวงจร

การรีเซ็ตหลังจากปลดวงจรสามารถทำได้ทั้งแบบรีเซ็ตด้วยมือ (Manual Resetting) และแบบอัตโนมัติ (Automatic Resetting) โดยบางรุ่นสามารถปรับตั้งให้ใช้ได้ทั้งสองแบบตามความต้องการ

ข้อดีและข้อเสียของการรีเซ็ตแต่ละแบบ

  1. รีเซ็ตด้วยมือ (Manual Resetting)
    • ข้อดี: หากมีการปลดวงจรด้วยโอเวอร์โหลดรีเลย์ มอเตอร์จะไม่สามารถกลับมาทำงานได้โดยอัตโนมัติ ซึ่งช่วยให้มีเวลาในการตรวจสอบความผิดปกติของการปลดวงจรก่อนที่จะเริ่มเดินมอเตอร์อีกครั้ง เจ้าหน้าที่จะต้องกดปุ่มรีเซ็ตที่ตัวโอเวอร์โหลดรีเลย์เพื่อเริ่มการทำงานใหม่ เป็นการเพิ่มความปลอดภัยและป้องกันการเสียหายที่อาจเกิดขึ้น
    • ข้อเสีย: ต้องกดปุ่มรีเซ็ตก่อนเริ่มเดินมอเตอร์ใหม่ทุกครั้ง ซึ่งอาจทำให้เสียเวลาและไม่สะดวกในการใช้งานบางกรณี
  2. รีเซ็ตอัตโนมัติ (Automatic Resetting)
    • ข้อดี: มอเตอร์สามารถกลับมาทำงานได้เองโดยอัตโนมัติหลังจากที่โอเวอร์โหลดรีเลย์เย็นตัวลงและพร้อมทำงานใหม่ ซึ่งสะดวกและรวดเร็วในการกลับมาใช้งาน โดยไม่ต้องมีเจ้าหน้าที่มาดำเนินการรีเซ็ต
    • ข้อเสีย: ไม่มีการตรวจสอบความผิดปกติก่อนการเริ่มทำงานใหม่ อาจทำให้เกิดความเสี่ยงที่จะเกิดความเสียหายซ้ำได้หากปัญหาที่เกิดขึ้นยังไม่ได้รับการแก้ไข

การเลือกใช้วิธีการรีเซ็ตแบบใดขึ้นอยู่กับลักษณะการใช้งานและความต้องการของระบบ เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพและความปลอดภัยสูงสุดในการทำงานของมอเตอร์

การติดตั้ง

การติดตั้งต่อเนื่องจากหน้าสัมผัสแม่เหล็กไฟฟ้า (Magnetic Contactor) ผู้จำหน่ายส่วนใหญ่จะผลิตโอเวอร์โหลดรีเลย์แต่ละรุ่นตามช่วงกระแสที่ปรับตั้ง ซึ่งจะสอดคล้องกับการทนกระแสของหน้าสัมผัสแม่เหล็กไฟฟ้า หรือแมกเนติกคอนแทคเตอร์ เพื่อให้สามารถติดตั้งได้สะดวกโดยการต่อเชื่อมกับคอนแทคเตอร์ได้โดยที่ไม่ต้องเดินสายไฟ

ตัวอย่างการติดตั้งโอเวอร์โหลดรีเลย์ต่อจากแมกเนติกคอนแทคเตอร์
ตัวอย่างการติดตั้งโอเวอร์โหลดรีเลย์ต่อจากแมกเนติกคอนแทคเตอร์

เซอร์วิสแฟคเตอร์ (Service Factor) คืออะไร?

เซอร์วิสแฟคเตอร์ (SF) คือค่าตัวเลขที่ใช้วัดการขับโหลดอย่างต่อเนื่องที่มอเตอร์สามารถใช้งานได้โดยปราศจากโอเวอร์โหลดหรือเกิดความเสียหายต่อมอเตอร์ ตามมาตรฐาน NEMA (National Electrical Manufacturers Association) ค่าเซอร์วิสแฟคเตอร์สำหรับมอเตอร์แบบปิดสนิท (Totally Enclosed) จะมีค่าเป็น 1.0 และค่า SF ของมอเตอร์แต่ละประเภทตามตารางที่ 3

NEMA Service Factor at Synchronous Speed (RPM) for drip proof motors
ตารางที่ 3: NEMA Service Factor at Synchronous Speed (RPM) for drip proof motors

เช่น มอเตอร์ขนาด 1 แรงม้า มีค่า SF 1.15 แสดงว่ามอเตอร์ตัวนี้สามารถขับโหลดได้อย่างต่อเนื่องที่ 1×1.15 เท่ากับ 1.15 แรงม้า

หากคุณสนใจสินค้า สามารถเข้าไปดูและเลือกซื้อ OverLoad Relay ได้ที่หน้าเว็บออนไลน์ของเรา มีสินค้าหากหลายรุ่น จากแบรนด์ดังให้เลือกมากมาย ถ้าคุณมีข้อสงสัยหรืออยากสอบถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับสินค้า สามารถแชทมาหาเราได้ทันทีจากช่องแชทด้านล่างขวามือ และท่านใดต้องการศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับโอเวอร์โหลด รีเลย์ (Overload relay) คืออะไร, ประเภทและหลักการทำงานของโอเวอร์โหลดรีเลย์ และ สอนวิธีการต่อวงจร สตาร์-เดลต้า (Star-Delta) สำหรับมือใหม่

การประยุกต์ใช้งานเซอร์กิตเบรกเกอร์ (Circuit Breaker) ในงานอุตสาหกรรม

วิธีการประยุกต์ใช้งานเซอร์กิตเบรกเกอร์ในงานอุตสาหกรรมในด้านต่างๆ เช่น ตู้คอนโทรล ควบคุมโหลด AC และ DC การควบคุมมอเตอร์ รวมถึงการป้องกันไฟรั่ว ไฟดูด

Read More »

วิธีการติดตั้งเซอร์กิตเบรกเกอร์ (Circuit Breaker) อย่างถูกต้องและปลอดภัย พร้อมแนะนำอุปกรณ์เสริม

การติดตั้งอุปกรณ์ถือเป็นขั้นตอนที่สำคัญมากในการใช้งาน หากไม่อยากให้เกิดปัญหาเบรกเกอร์ไม่ตัดวงจรหรือตัดวงจรบ่อยเกินไป คุณก็ควรศึกษาอย่างดีๆ ก่อน

Read More »

วิธีการเลือกเซอร์กิตเบรกเกอร์ (Circuit Breaker) ที่เหมาะสม: เคล็ดลับและแนวทางการเลือกใช้

การที่จะเลือกเซอร์กิต เบรกเกอร์สักตัวไปใช้งานนั้น ถ้าอย่างให้ถูกต้องและเหมาะสมกับงานที่ใช้ จะต้องคำนึงถึง 2 ประเด็นสำคัญ คือ จำนวน Pole และค่าพิกัดกระแส

Read More »

กลไกและหลักการทำงานของเซอร์กิตเบรกเกอร์ (Circuit Breaker) ที่คุณควรรู้

การทำงานของเบรกเกอร์ทั้งแบบ Thermal Trip, Magnetic Trip และ Thermal-Magnetic Trip แตกต่างกันอย่างไร และส่งผลต่อเบรกเกอร์มากน้อยเพียงใด

Read More »

เซอร์กิตเบรกเกอร์ (Circuit Breaker) มีกี่ประเภท? เลือกใช้แบบไหนให้เหมาะกับงาน

ทำความรู้จักกับประเภทของเซอร์กิตเบรกเกอร์ต่างๆ ตั้งแต่ MCB, MCCB, ACB ไปจนถึง ELCB/RCD พร้อมวิธีเลือกใช้ให้เหมาะกับการใช้งาน เพื่อความปลอดภัยของระบบไฟฟ้าของคุณ

Read More »