กลไกและหลักการทำงานของเซอร์กิตเบรกเกอร์ (Circuit Breaker) ที่คุณควรรู้
สวัสดีครับ! ในบล็อก IO Tech วันนี้เราจะสนุกกับการสำรวจเกี่ยวกับเซอร์กิตเบรกเกอร์ อุปกรณ์ที่มีบทบาทสำคัญในการป้องกันกระแสลัดวงจรในระบบไฟฟ้าอุตสาหกรรม ก่อนที่เราจะไปสู่ระดับการใช้งาน สิ่งสำคัญที่ต้องเริ่มต้นคือความเข้าใจในหลักการทำงานของเซอร์กิตเบรกเกอร์ เซอร์กิตเบรกเกอร์มาพร้อมกับหลายรูปแบบ เช่น MCB (Miniature Circuit Breaker), MCCB (Molded Case Circuit Breaker) และ RCBO, RCBB ที่ใช้ติดตั้งในตู้คอนซูมเมอร์, ยูนิท, หรือ ตู้โหลดเซ็นเตอร์ แต่หลักการทำงานพื้นฐานของทุกๆ เบรกเกอร์นั้นคล้ายกัน
นอกจากนี้คุณยังสามารถมาดูข้อมูลเกี่ยวกับ เบรกเกอร์ ทั้งหมด ได้ที่แหล่งรวบรวมเนื้อหาเกี่ยวกับเบรกเกอร์ ที่รวมเอาเบรกเกอร์หลายประเภทไว้ให้คุณครบถ้วน
Thermal Trip
หลักการทำงานของเซอร์กิตเบรกเกอร์ประเภทนี้มีโครงสร้างภายในที่สำคัญคือแผ่นโลหะไบเมทัล 2 แผ่น ที่ทำจากโลหะที่ต่างชนิดกันและมีสัมประสิทธิ์การขยายตัวเนื่องจากความร้อนแตกต่างกัน โดยเมื่อมีกระแสไฟฟ้าไหลผ่านทางโลหะไบเมทัล จะเกิดการทำงานของโลหะไบเมทัลที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิ โดยจะเกิดการโก่งตัวของแผ่นโลหะไบเมทัล เมื่อโลหะไบเมทัลโก่งตัวแล้ว จะทำให้เกิดการปลดอุปกรณ์ทางกลภายในเซอร์กิตเบรกเกอร์ ซึ่งจะทำให้เบรกเกอร์ตัดวงจรออกไป เรียกว่าเกิดการทริป (trip) และหยุดการไหลของกระแสไฟฟ้าในวงจรไฟฟ้า เป็นการป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายในระบบไฟฟ้าได้เช่นเดียวกันครับ
Magnetic Trip
ใช้หลักการของอำนาจสนามแม่เหล็กในการทำงาน โดยเมื่อวงจรมีการเกิดกระแสลัดวงจรหรือมีกระแสเกินค่าที่กำหนด จะทำให้เกิดสนามแม่เหล็กความเข้มสูงในช่วงเวลาสั้นๆ ซึ่งสนามแม่เหล็กนี้จะทำให้อุปกรณ์ในเซอร์กิตเบรกเกอร์ทำงานโดยอัตโนมัติโดยทันที ซึ่งจะทำให้เกิดการปลดอุปกรณ์ทางกลภายในเซอร์กิตเบรกเกอร์ นั่นหมายความว่าเบรกเกอร์จะตัดวงจรหรือเปิดวงจรอย่างรวดเร็ว ซึ่งการทำงานแบบนี้จะทำให้เกิดการตัดวงจรได้เร็วกว่าการทำงานแบบ Thermal Trip ที่ใช้อุณหภูมิเพื่อทำงานในการตัดวงจร
Solid State Trip หรือ Electronic Trip
ใช้หลักการของวงจรอิเล็กทรอนิกส์เข้ามาช่วยในการทำงานของเซอร์กิตเบรกเกอร์ โดยสามารถปรับค่ากระแสทริปให้ทำงานได้ในช่วงค่าต่างๆ ภายในเซอร์กิตเบรกเกอร์จะมีหม้อแปลงกระแส (Current Transformer: CT) ซึ่งทำหน้าที่แปลงกระแสไฟฟ้าให้อยู่ในระดับที่ต่ำลง เพื่อให้มีความเหมาะสมกับการทำงานของไมโครโปรเซสเซอร์ภายใน เมื่อกระแสไฟฟ้ามีค่าเกินกำหนดที่กำหนดไว้ ไมโครโปรเซสเซอร์จะวิเคราะห์กระแสและสั่งให้เกิดการปลดวงจรออก นั่นหมายความว่าเซอร์กิตเบรกเกอร์จะทำการตัดวงจรออกไปให้อุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องไม่ได้รับกระแสไฟฟ้าเกินกว่าที่มีความปลอดภัย
Thermal-Magnetic Trip
เป็นการรวมหลักการทำงานของทั้ง Thermal Trip และ Magnetic Trip เข้าด้วยกัน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้สามารถตัดวงจรได้ทั้งกรณีกระแสเกิน และกรณีกระแสลัดวงจร เมื่อมีกระแสเกินค่าพิกัด ผ่านเซอร์กิตเบรกเกอร์ จะมีทั้งความร้อนและสนามแม่เหล็กเกิดขึ้น ในส่วนของ Thermal Trip จะใช้ไบเมทัลในการตรวจจับความร้อนจากกระแสเกิน เมื่อไบเมทัลโก่งงอจากความร้อน จะทำให้เกิดการปลดอุปกรณ์ทางกลภายในเซอร์กิตเบรกเกอร์ ซึ่งจะทำให้เบรกเกอร์ตัดหรือเปิดวงจรออกไป และในส่วนของ Magnetic Trip จะใช้คอยล์แม่เหล็ก (Solenoid Coil) ในการตรวจจับสนามแม่เหล็กจากกระแสลัดวงจร เมื่อคอยล์สร้างสนามแม่เหล็กแรงดึงดูดแกนเหล็กเคลื่อนที่ ซึ่งจะทำให้เกิดการปลดอุปกรณ์ทางกลภายในเซอร์กิตเบรกเกอร์ นั่นหมายความว่าเบรกเกอร์จะตัดวงจรหรือเปิดวงจรอย่างรวดเร็ว เมื่อหน้าสัมผัสเปิดวงจรแล้ว กระแสไฟฟ้าจะถูกตัดออกจากวงจรเพื่อป้องกันความเสียหายต่ออุปกรณ์และวงจร
ด้วยการรวมหลักการทำงานทั้งสองแบบเข้าด้วยกัน Thermal-Magnetic Trip จึงสามารถให้การป้องกันที่ครอบคลุมได้ทั้งกระแสเกินและกระแสลัดวงจร ซึ่งเหมาะสำหรับใช้งานในระบบไฟฟ้ากำลังและระบบควบคุมอุตสาหกรรมที่ต้องการความปลอดภัยสูง
เป็นอย่างไรบ้างครับ หากท่านใดมีข้อสงสัยสามารถสอบถามเข้ามาได้เลยนะครับ หรือท่านใดต้องการศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับประเภทของเซอร์กิตเบรกเกอร์, วิธีการเลือกซื้อเซอร์กิตเบรกเกอร์, วิธีการติดตั้งเซอร์กิตเบรกเกอร์, การใช้งานเซอร์กิตเบรกเกอร์ในงานอุตสาหกรรม ทาง IO Techได้จัดทำไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้วครับ หรือท่านใดต้องการเลือกชมสินค้าสามารถเข้ามาได้ที่ IO Tech ครับผม




