No products in the cart.

ต่อ Holding Contact โดยการใช้ Push Button Pilot Lamp กับ Emergency Switch เพื่อควบคุมมอเตอร์ 3 เฟส​

วงจร Interlock เป็นวงจรที่สำคัญใช้กันอย่างแพร่หลาย ไว้สำหรับใช้ค้างสถานะ เหมาะกับการใช้กับปุ่มกด Push button ที่เป็นแบบ  Normally-open (NO) เพราะว่าปุ่มกด NO หลังจากที่กดแล้วปล่อยมันจะกลับไปสถานะเดิม จึงต้องมีวงจรมาช่วยให้ไม่ให้กลับไปสถานะเดิม ใช้กันเยอะในวงจรสตาร์ทมอเตอร์ ในบทความนี้ทางเราแนะนำตัววงจรรวมถึงการทำ wiring สาย และอุปกรณ์สำคัญที่ใช้ในวงจรนี้ อาทิเช่น Emergency Switch, Pilot Lamp, แมกเนติก คอนแทคเตอร์ และ Push Button

หากท่านผู้อ่านต้องการรู้เพิ่มเติมว่า แมกเนติกคอนแทคเตอร์ หรือ ต้องการที่จะเลือกซื้อ กลุ่มสินค้าของแมกเนติกคอนแทคเตอร์  ทาง IO Tech ได้จัดเตีรยมข้อมูลต่างๆทีจะเสริมความเข้าใจ และ รายการสินค้ามากมายไว้ให้ท่านเลือกสรรได้อย่างจุใจในเว็บไซต์ของเรานะครับ

อุปกรณ์ที่ต้องใช้

  1. Push Button (Start และ Stop)
  2. Pilot Lamp (แสดงสถานะการทำงาน)
  3. Emergency Switch (หยุดฉุกเฉิน)
  4. Magnetic Contactor (สำหรับควบคุมมอเตอร์)

ขั้นตอนการต่อวงจร

วงจรควบคุม (Control Circuit)

  • Start Button (NO – Normally Open) เพื่อเริ่มการทำงานของมอเตอร์
  • Stop Button (NC – Normally Closed) เพื่อหยุดการทำงานของมอเตอร์
  • Emergency Switch (NC – Normally Closed) เพื่อหยุดการทำงานในกรณีฉุกเฉิน
  • Pilot Lamp แสดงสถานะการทำงานของมอเตอร์

การต่อวงจร

  1. การต่อ Push Button และ Emergency Switch
    • ต่อ Stop Button และ Emergency Switch แบบอนุกรมเข้าด้วยกัน (NC) เพื่อต่อวงจรควบคุม
    • ต่อ Start Button (NO) ขนานกับวงจร Stop Button และ Emergency Switch
  2. การต่อ Magnetic Contactor
    • ต่อสายจากแหล่งจ่ายไฟผ่าน Stop Button และ Emergency Switch ไปยังขดลวดของ Magnetic Contactor (Coil)
    • ขดลวดของ Magnetic Contactor ควบคุมโดย Start Button ซึ่งเมื่อกด Start Button วงจรจะสมบูรณ์และทำให้ขดลวด Magnetic Contactor ดึงหน้าสัมผัสหลักเพื่อเริ่มการทำงานของมอเตอร์
    • ใช้หน้าสัมผัสเสริม (Auxiliary Contact) ของ Magnetic Contactor เพื่อล็อควงจร (Hold Circuit) โดยต่อหน้าสัมผัส NO ขนานกับ Start Button
  3. การต่อ Pilot Lamp
    • ต่อ Pilot Lamp แบบขนานกับขดลวดของ Magnetic Contactor เพื่อแสดงสถานะการทำงานของมอเตอร์เมื่อ Magnetic Contactor ถูกกระตุ้น

การทำงาน

  1. Start Button: เมื่อกด Start Button วงจรจะสมบูรณ์ ทำให้ขดลวดของ Magnetic Contactor ถูกกระตุ้นและล็อควงจรผ่าน Auxiliary Contact
  2. Stop Button: เมื่อกด Stop Button หรือ Emergency Switch วงจรจะถูกตัดออก ทำให้ขดลวดของ Magnetic Contactor หยุดการทำงาน
  3. Pilot Lamp: จะแสดงสถานะการทำงานของมอเตอร์เมื่อ Magnetic Contactor ถูกกระตุ้น

ตัวอย่างการต่อ Interlock Circuit

คุณวิกันต์ : เซอร์กิตนี้ เรียกว่าเซอร์กิตอะไรครับ คุณชนะเดช

คุณชนะเดช : เซอร์กิตนี้ปกติจะเรียกว่า วงจรค้างสถานะ แต่ที่เราคุ้นเคยกันจะเรียกมันว่า Interlock Circuit ครับ

คุณวิกันต์ : แล้วทำไมทางเราจึงแนะนำเป็นวงจรนี้ครับ

คุณชนะเดช : วงจร Interlock นี้นะครับ เป็นวงจรเบสิกพื้นฐานที่ใช้สำหรับการเริ่มวงจรไฟฟ้า โดยปกติแล้วเวลาสตาร์ทมอเตอร์เนี่ย เราจะนิยมใช้ปุ่มที่เป็นปุ่ม Push Button ในรูปนี้นะครับ ซึ่งถ้าเรากดค้างไว้ มอเตอร์ก็จะทำงานค้าง แต่เวลาเราปล่อยปุ่มปุ๊ป มอเตอร์ก็จะหยุดทันที ดังนั้นเราจึงต้องใช้วงจร Interlock มาทำให้มันทำงานค้าง เมื่อเรากดปุ่มทีนึงแล้วปล่อย ตัวมอเตอร์ก็จะทำงานค้างครับ และเมื่อเรากดปุ่ม Stop สีแดง มอเตอร์ก็จะหยุดทำงานครับ

คุณวิกันต์ : คุณชนะเดชครับ วงจรนี้มีการทำงานอย่างไรครับ

คุณชนะเดช :  ในวงจร Interlock Circuit นี้นะครับ เราจะมาดูกันที่เป็น Single Line Diagram กันครับ

คุณชนะเดช :  เริ่มตั้งแต่ไฟ 220 V เข้ามาผ่าน Emergency Switch สีแดงตัวนี้นะครับ

คุณชนะเดช : หลังจากนั้นจะมีปุ่ม Stop ตัวนี้นะครับ ซึ่งทั้ง 2 ตัวนี้จะเป็นหน้าคอนแทค NC ครับ

คุณชนะเดช : หลังจากนั้นจะมีปุ่ม Start ปุ่มสีเขียว เป็นหน้าคอนแทค NO

คุณชนะเดช : แล้วจะเป็นตัว แมกเนติก คอนแทคเตอร์ ส่วนนี้จะเป็นคอยด์ครับ

คุณชนะเดช :  แล้วจะมีตัว Auxiliary Contact ของตัวคอนแทคเตอร์เอง ตัวนี้จะเป็นหน้าคอนแทค NO

คุณชนะเดช : ส่วนตัวนี้เป็น Auxiliary Contact ของตัวแมกเนติก คอนแทคเตอร์ ตัวนี้จะเป็นหน้าคอนแทค NC นะครับ

คุณชนะเดช : จากนั้นจะมีตัว Pilot Lamp จำนวน 2 ตัว ไว้แสดงสถานะ ปุ่มแรกคือปุ่มสตาร์ท เมื่อกดสตาร์ท มอเตอร์ทำงาน ไฟสีเขียวจะติด

คุณชนะเดช :  เมื่อกดปุ่ม Stop ไฟสีแดงจะติด มอเตอร์จะหยุดทำงานนะครับ

คุณชนะเดช : หลังจากนั้นจะมาที่ปุ่ม Start สีเขียว ตัวนี้นะครับ หน้าคอนแทคของปุ่ม Start จะเป็น  NO พลิกไปด้านหลังที่มีแถบสีเขียว และตัวอักษรเขียนว่า NO บอกไว้อยู่ครับ

คุรชนะเดช : หลังจากนั้นจะเป็นปุ่ม Stop ไว้สำหรับหยุดมอเตอร์ ปุ่ม Stop หน้าคอนแทคจะเป็น NC เหมือนกัน

คุณวิกันต์ : คุณชนะเดชช่วยโชว์อุปกรณ์ชัดๆ อีกทีนะครับ

คุณชนะเดช : ครับผม อุปกรณ์ที่ใช้ในวงจร Interlock นี้นะครับ ผมจะเริ่มต้นที่ปุ่ม Emergency Switch ครับ ถ้าเรียงตามวงจรก็คือตัว Emergency Stop ปุ่มตัวนี้นะครับลักษณะการทำงานก็คือมันจะค้าง เวลาจะปล่อยก็ให้หมุนแล้วก็ปล่อย หน้าคอนแทคของปุ่มนี้จะเป็น NC สังเกตที่แถวสีแดงด้านหน้าและมีเขียนข้างๆ ว่า NC นะครับ

คุณชนะเดช : ฟังก์ชั่นการทำงานของวงจร Interlock นี้นะครับ ชื่อมันบอกอยู่แล้วนะครับว่าไว้ใช้ค้างสถานะการทำงานนะครับผม วิธีการทำงานเมื่อเราจ่ายไฟเข้าที่ 220V นี้นะครับ ไฟก็จะไหลลงมา เมื่อเรากดปุ่ม Start แล้วไฟก็จะเข้ามาที่ตัวแมกเนติก คอนแทคเตอร์ แล้วลงกราวด์ ทำให้แมกเนติก คอนแทคเตอร์ทำงาน เมื่อทำงานแล้ว หน้าคอนแทคตัว NO ก็จะทำงานตาม เมื่อทำงานแล้วจะทำให้ตัวไฟสีเขียวติด

แต่ถ้าเรากดปุ่ม Stop ปุ๊ป วงจรจะตัดทันที เมื่อวงจรตัดไฟจะไม่ไหลไปที่หน้าคอนแทค NO แต่จะไหลไปหาหน้าคอนแทค NC แทน ทำให้ไฟสีแดงติด หลังจากนั้นเมื่อเราเทสฟังก์ชั่น Emergency หรือสวิตช์ฉุกเฉิน เมื่อเรากดปุ่มตัวนี้ปุ๊ป ทั้งไฟสีแดงและสีเขียวก็จะไม่ติดทั้งคู่

ที่เรียกว่าวงจร Interlock เนี่ยมันทำงานช่วงไหน มันก็คือช่วงที่เรากดปุ่ม Start สีเขียว เมื่อไฟวิ่งเข้ามาตรงนี้แล้ว เราจะดึงหน้าคอนแทคที่เป็น NO ให้ทำงาน ไฟแทนที่จะวิ่งไปหาปุ่ม Start สีเขียว เมื่อเราปล่อยปุ่มนี้ ไฟจะไม่วิ่งผ่านเส้นนี้แล้ว แต่จะวิ่งผ่านเส้นคอนแทค NO แทน ทำให้มีไฟเลี้ยงเข้าคอยด์เหมือนเดิม มันก็ยังคงค้างค่าอยู่ แต่เมื่อเรากดปุ่ม Stop สีแดง จะไม่มีไฟวิ่งเข้าเส้นคอนแทคช่วย NO และเส้นปุ่ม Start สีเขียว ทำให้ตัวแมกเนติกไม่ทำงาน มอเตอร์ก็จะหยุดทำงานครับ

คุณชนะเดช :  จากนั้นจะมาที่คอยด์ของคอนแทคเตอร์นะครับ ก็คือ A1 กับ A2 ที่อยู่บนตัวแมกเนติก คอนแทคเตอร์

คุณชนะเดช : จากนั้นตัวแสดงสถานะการทำงาน สีเขียวก็คือมอเตอร์ทำงาน ไฟจะติด

คุณชนะเดช : ส่วนปุ่มนี้ สีแดง เป็นตัวมอเตอร์หยุดทำงาน ไฟสีแดงก็จะติด

คุณชนะเดช : ส่วน Auxiliary Contact คอนแทคช่วยตัวนี้นะครับ ที่เขียนว่า NO กับ NC บนตัวแมกเนติกของ Schneider จะมีมาให้ครบนะครับ ผมได้อธิบายครบทุกอุปกรณ์แล้วครับสำหรับวงจร Interlock นี้ และในวันนี้ผมจะใช้ Push Button รุ่น Harmony XB5 Plastic ของ Schneider มาทดลองกันครับ

คุณวิกันต์ :  เอาล่ะครับ เรามาดูของการ Wiring กันดีกว่าครับ สายสีดำนี้นะครับจะเป็นสายไลน์กับสายนิวทรัลนะครับ เริ่มที่สายไลน์ (Line) จะต่อเข้าที่ตัวปุ่ม Emergency Stop แล้วออกจากตัวปุ่ม Emergency Stop ไปเข้าที่ปุ่ม Stop ก่อนครับ

คุณวิกันต์ :  จากตัวปุ่ม Stop ก็จะต่อไปที่ปุ่ม Start ตามที่ลูกศรชี้บอกไว้เลยครับ

คุณวิกันต์ :  แล้วก็จะมีไปที่ตัว Auxiliary Contact ตัว NO และก็ให้จั้มเข้าที่ตัว NC ด้วยครับ

คุณวิกันต์ : ที่นี้จากปุ่ม Start จะต่อเข้า 2 ที่นะครับ ก็คือ ที่แรกจะเข้าที่ Pilot Lamp สีเขียว

คุณวิกันต์ : และที่ที่สองจะต่อเข้าที่ตำแหน่ง A1 ของตัวคอนแทคเตอร์นะครับ ตามรูปวงจรเลยครับ

คุณวิกันต์ : ที่นี่มาดูการโยงสายเข้า Pilot Lamp บ้างนะครับ ตัว NO จะต่อเข้าที่ Pilot Lamp สีเขียวด้านนี้นะครับ

คุณวิกันต์ : ทางตัว NC จะเข้าที่ Pilot Lamp สีแดง เส้นนี้นะครับ

คุณวิกันต์ : ส่วนสุดท้ายนี้นะครับ ทั้งตำแหน่ง A2, Pilot Lamp สีเขียว และ Pilot Lamp สีแดง ต้องต่อเข้าสายนิวทรัล ตรงตัว Pilot Lamp สีแดง จะต่อเข้ากับ Pilot Lamp สีเขียวด้วย และตัว Pilot Lamp สีเขียวก็ต่อกลับเข้ามาที่ A2 แล้วก็ต่อกลับไปที่นิวทรัลทั้งหมด เมื่อต่อครบทุกสายแล้วก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อยแล้วครับ

คุณวิกันต์ : ต่อไปเป็นการทดสอบวงจรกันครับ อันดับแรกเลยนะครับเราต่อไฟเข้าไปแล้ว ตัว Pilot Lamp สีแดงจะติด ตามรูปเลยครับ

คุณวิกันต์ : ขั้นตอนต่อไปเราจะเริ่มสตาร์ทโอเปอร์เรชั่น เราจะสตาร์ทอย่างไรครับ?

คุณชนะเดช : เราจะเริ่มสตาร์ทตัวมอเตอร์โดยการกดปุ่มสีเขียวซ้ายมือสุดหรือปุ่ม Start นะครับ เมื่อกดแล้วเนี่ยไฟสีเขียวต้องติดนะครับ เราจะได้ยินเสียงตัวแมกเนติกทำงานครับ เมื่อแมกเนติกทำงานแล้ว ไฟสีเขียวก็จะติดครับ

คุณวิกันต์ : สังเกตที่ไฟสีแดงจะดับลงไป

คุณชนะเดช : ถูกต้องครับ ต่อไปเราจะมาเทสปุ่ม Stop ดูครับ

คุณชนะเดช : ส่วนนี้ผมจะลองเทสปุ่ม Stop ดู เพืิ่อต้องการหยุดมอเตอร์ ผมจะกดปุ่มสีแดง แล้วไฟสีแดงจะต้องติด และไฟสีเขียวต้องดับนะครับ ผมทำการกดลงไปแล้วครับ ตามรูปเลยครับ ไฟสีเขียวดับส่วนไฟสีแดงติด แสดงว่ามันทำงานถูกต้องแล้วนะครับ

คุณชนะเดช : ระหว่างที่เรารันมอเตอร์อยู่เนี่ย สมมติเกิดเหตุฉุกเฉิน แล้วเราจะทำอย่างไร? คือให้เรากดที่ Emergency Stop ปกติก้เนี่ยปุ่ม Emergency เราต้องใช้แรงมากหน่อย ให้กระแทกมันไปแรงๆ เลยครับ สังเกตว่าไปทุกดวงดับหมดเลยครับ ส่วนเวลาจะปล่อยให้เราหมุน พอหมุนแล้ว ไฟแดงจะติด ก็คือพร้อมที่จะสตาร์ทมอเตอร์อีกครั้ง แต่ถ้าเราหมุนปล่อยแล้วไฟสีเขียวติดแทน ก็แสดงว่าเรา wiring ผิดนะครับ จำไว้เลยว่า ถ้าหมุนปล่อยแล้ว ไฟสีแดงจะต้องติดก่อน แล้วเราค่อยไปกดสตาร์ทที่ปุ่มเขียวทีหลังครับ เท่านี้ก็เสร็จเรียบร้อยแล้วครับ

ปุ่ม Emergency Switch ทืี่เราใช้กันทั่วไป อาจเป็นแบรนด์อื่น สังเกตว่าตอนที่เราแค่เอามือไปโดนหรือเดินชนมันก็ทำงานแล้ว บางแบรนด์ก็จะมีการ์ดสีเหลืองๆ ไว้ป้องกันการเดินชน ไม่ให้เครื่องหยุดเอง แต่ถ้าเป็นปุ่ม Emergency Switch ของ Schneider เขาจะออกแบบมาให้เราต้องออกแรงกดจริงๆ แรงๆ ปุ่มมันถึงจะทำงาน ตอนเวลาใช้งานจริง เวลาเกิดเหตุฉุกเฉินจะไม่ค่อยมีใครมากดเบาๆ หรอกครับ ส่วนใหญ่จะทุบลงไปเลยครับ

การประยุกต์ใช้งานเซอร์กิตเบรกเกอร์ (Circuit Breaker) ในงานอุตสาหกรรม

วิธีการประยุกต์ใช้งานเซอร์กิตเบรกเกอร์ในงานอุตสาหกรรมในด้านต่างๆ เช่น ตู้คอนโทรล ควบคุมโหลด AC และ DC การควบคุมมอเตอร์ รวมถึงการป้องกันไฟรั่ว ไฟดูด

Read More »

วิธีการติดตั้งเซอร์กิตเบรกเกอร์ (Circuit Breaker) อย่างถูกต้องและปลอดภัย พร้อมแนะนำอุปกรณ์เสริม

การติดตั้งอุปกรณ์ถือเป็นขั้นตอนที่สำคัญมากในการใช้งาน หากไม่อยากให้เกิดปัญหาเบรกเกอร์ไม่ตัดวงจรหรือตัดวงจรบ่อยเกินไป คุณก็ควรศึกษาอย่างดีๆ ก่อน

Read More »

วิธีการเลือกเซอร์กิตเบรกเกอร์ (Circuit Breaker) ที่เหมาะสม: เคล็ดลับและแนวทางการเลือกใช้

การที่จะเลือกเซอร์กิต เบรกเกอร์สักตัวไปใช้งานนั้น ถ้าอย่างให้ถูกต้องและเหมาะสมกับงานที่ใช้ จะต้องคำนึงถึง 2 ประเด็นสำคัญ คือ จำนวน Pole และค่าพิกัดกระแส

Read More »

กลไกและหลักการทำงานของเซอร์กิตเบรกเกอร์ (Circuit Breaker) ที่คุณควรรู้

การทำงานของเบรกเกอร์ทั้งแบบ Thermal Trip, Magnetic Trip และ Thermal-Magnetic Trip แตกต่างกันอย่างไร และส่งผลต่อเบรกเกอร์มากน้อยเพียงใด

Read More »

เซอร์กิตเบรกเกอร์ (Circuit Breaker) มีกี่ประเภท? เลือกใช้แบบไหนให้เหมาะกับงาน

ทำความรู้จักกับประเภทของเซอร์กิตเบรกเกอร์ต่างๆ ตั้งแต่ MCB, MCCB, ACB ไปจนถึง ELCB/RCD พร้อมวิธีเลือกใช้ให้เหมาะกับการใช้งาน เพื่อความปลอดภัยของระบบไฟฟ้าของคุณ

Read More »